The Role of GLP-1 Therapies in Treating Obesity: A Comprehensive Overview

The Role of GLP-1 Therapies in Treating Obesity: A Comprehensive Overview

By Dr.Kijakarn Junda, 2025

Introduction Obesity has become a global public health crisis, affecting over 1 billion people and driving significant morbidity, mortality, and economic burden (Celletti et al., 2025). The World Health Organization (WHO) has recognized obesity as a chronic, relapsing disease, emphasizing the need for lifelong care and integrated treatment strategies. Among the emerging solutions, glucagon-like peptide-1 (GLP-1) therapies have gained prominence due to their ability to promote weight loss and improve metabolic health.

Continue reading “The Role of GLP-1 Therapies in Treating Obesity: A Comprehensive Overview”

โนโรไวรัส Norovirus

โนโรไวรัส Norovirus เป็นไวรัสในตระกูล Caliciviridae

ซึ่งเป็น single-stranded positive-sense RNA virus ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 5 genogroups ตาม major capsid protein โดยที่ genogroup II (II) เป็นเชื้อกลุ่มหลักที่ทำให้เกิดปัญหาทั่วโลก) Norovirus สามารถติดต่อได้ทั้ง จาก person-to-person และ fecal-oral route จากการรับประทานอาหารและน้ำที่ ปนเปื้อนนอกจากนี้ยังอาจติดต่อจากการสัมผัสละอองอาเจียนของผู้ป่วยได้อีกด้วย อีกสาเหตุที่ทำให้ โนโรไวรัส Norovirus สามารถติดต่อและเกิดการระบาดได้ง่ายก็คือการที่มี infectious inoculum ต่ำ (อย่างน้อย 18 viral particles) สำหรับโรคอุจจาระร่วง ในผู้ที่เดินทางนั้น Norovirus พบว่าเป็นสาเหตุได้สูงถึง 12-15% จากการศึกษาในผู้ป่วย ที่มีอาการท้องเสียหลังกลับจากการท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เท่านั้น Norovirus ยังติดโดยเดินทางโดยเครื่องบินหรือเรือสำราญได้อีกด้วยถึงแม้จะมีการทำความสะอาดอย่างดีก็ตาม เนื่องมาจาก Norovirus สามารถปนเปื้อนอยู่ในสภาพแวดล้อมได้นาน โดยที่ความสามารถในการติดเชื้อไม่ได้ลดลงโดยจากการศึกษาพบว่า ไวรัสสามารถ อยู่บนพื้นผิวของวัตถุและในน้ำนานถึง 2 สัปดาห์และมากกว่า 2 เดือนตามลำดับ

เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มี cell culture system รวมถึงการทดลองในสัตว์ที่ดี เกี่ยวกับการติดเชื้อ โนโรไวรัส ดังนั้นจึงยังไม่ทราบกลไกการเกิดโรคที่ชัดเจน แต่จาก การศึกษาทาง histopathology พบว่ามีการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ blunt และ shortening ของ microvilli, crypt cells hyperplasia รวมถึง enterocytes apoptosis หลังจากเกิดการติดเชื้อ จากการเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์ดังกล่าวทำให้การสร้าง enzyme บริเวณ brush boarder ลดลงและเกิดภาวะดูดซึมผิดปกติชั่วคราว (transient malabsorption) ของ D-xylose ไขมันและ lactose ทำให้เกิดมีภาวะอุจจาระร่วง ตามมา โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะกลับสู่สภาพปกติภายในเวลา 2 สัปดาห์ จากการศึกษาในปัจจุบันไม่พบว่ามีการสร้าง enterotoxin ในการติดเชื้อ Norovirus ดังนั้นกลไกที่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจึงยังไม่ทราบชัดเจน ผู้ป่วยที่ ติดเชื้อไวรัสจะมีอาการภายใน 1-2 วันหลังจากได้รับเชื้อโดยมีอาการเด่น คือ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมกับท้องเสียแบบเป็นน้ำโดยที่ไม่มีเลือดปนร่วมกับมีปวดมวนท้องและไข้ต่ำๆ อาการทั้งหมดสามารถหายได้เองภายใน 48-72 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม Norovirus สามารถก่อให้เกิดโรคท้องเสียที่รุนแรงได้โดยมักพบในผู้ป่วยสูงอายุหรือมีภูมิคุ้มกันผิดปกติ

โนโรไวรัส norovirus

การรักษา โนโรไวรัส Norovirus รักษาแบบประคับประคอง รักษาตามอาการ เช่นยาแก้ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน พยายามอย่าให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ ให้น้ำเกลือ และป้องกันโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ปกติจะอาการดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์

ซีเซียม137 และอันตรายต่อสุขภาพอย่างไร

ข่าวการหายไปและพบเจอ สารกัมมันภาพรังสี ซีเซียม 137 (cesium 137) นั้นมีผลกระทบกับเราในแถบภาคตะวันออกอย่างไร?

ซีเซียม 137 ที่สูญหาย มีขนาดสารครึ่งช้อนกาแฟ ค่ารังสีเท่ากับ 80 มิลลิคูรี่ (mCI) วัดเมื่อ 1 มีนาคม 2538 ในปัจจุบัน จะเหลือที่ประมาณ 41.14 mCI ตามค่าครึ่งอายุ

Continue reading “ซีเซียม137 และอันตรายต่อสุขภาพอย่างไร”

อาหารคีโต อันตรายต่อหลอดเลือดและหัวใจ

อาหารคีโต อันตรายต่อหลอดเลือดและหัวใจ ผลการวิจัยใหม่ ยืนยัน

ผลการวิจัยใหม่จากสหรัฐอเมริกายืนยันว่าการกินอาหารไขมันสูง LCHF ทำให้มีผลต่อระบบหลอดเลือด CNN newsการทานอาหารชนิดที่เรียกว่าคีโตไดเอดหมายถึงการกินอาหารที่มีไขมันเป็นสัดส่วนมากกว่าคาร์โบไฮเดรต

Continue reading “อาหารคีโต อันตรายต่อหลอดเลือดและหัวใจ”